2013/Jun/05



ซากุระ
ผลิบาน
งามงด




ระหว่างวันหยุดในช่วงวันทำงาน ฉันค้นข้อมูลในอินเตอร์เนต เพื่อหาเมืองที่อยู่ไม่ไกลที่ฉันยังไม่เคยไป (พอดีมาทำงานคราวนี้มาพักย่านไม่ไกลนักจากที่ฉันเคยมาเมื่อสิบปีก่อน ทำให้เคยเที่ยวเมืองต่างๆ ในบริเวณนี้หลายที่แล้ว) และฉันก็ค้นเจอเมืองนี้ Kawagoe หรือที่ๆ มีคนเรียกว่าลิตเติ้ลเอโดะ...



เกิดปรากฏ
กลางห้วง
แห่งฝัน




ฉันดีใจที่ได้มาที่ญี่ปุ่นอีกครั้งในฤดูใบไม้ผลิ (แม้ว่าฉันจะเป็นคนที่ตอนอยู่แถวยุโรปจะชอบฤดูใบไม้ร่วงมากกว่า แหะ แหะ < อาจจะเป็นเพราะว่าฉันไปถึงอังกฤษครั้งแรกในฤดูใบไม้ร่วงตอนที่ต้นไม้เป็นสีแดงสีเหลืองตระการตา) แต่ถ้าเป็นญี่ปุ่นฉันตกหลุมรักความงามของซากุระอย่างถอนตัวไม่ขึ้นทีเดียว (มาตั้งแต่สิบปีก่อน) และก็ดีใจที่ได้กลับมาเห็นอีกครั้งแบบที่ถ่ายรูปมานี้



พร้อมกลิ่นอาย
ความหลัง
คืนวัน




เมืองคาวาโกเอะเป็นเมืองเล็กๆ ที่ไม่กว้างนัก ฉันเลยตัดสินใจเดินเล่นรอบเมืองไปเรื่อยๆ จะได้ดูโน่นดูนี่ละเอียดหน่อย (เพราะมีโอกาสเที่ยวคนเดียว) ก็เลยเดินเพลินตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น เจอร้านขนมน่ารักก็แวะนั่งกิน เจอดอกไม้สวยๆ ก็แวะถ่ายรูปแบบมีเวลาซูมๆ ให้ภาพสวย เจอพิพิธภัณฑ์ วังโบราณ หรือวัดสวยๆ ก็เดินเข้าไปชมอธิษฐาน จุดเทียน ทำบุญ ฯลฯ



ให้อิ่มใจ
ทุกครั้ง
ที่ได้ชม




เมืองนี้เป็นเมืองที่อยู่เหนือโตเกียว (หรือที่เรียกว่าเอโดะในยุคโบราณ) มาเล็กน้อย นั่งรถไฟก็ประมาณชั่วโมงเดียวได้กระมัง (พอดีฉันไม่ได้เดินทางมาเมืองนี้จากโตเกียวเลยไม่ค่อยแน่ใจ) แต่เพราะความที่อยู่ไม่ไกลทำให้ตอนที่จะปรับปรุงเมืองในเป็นทันสมัย ก็รื้อถอนอาคารที่อยากอนุรักษ์ไว้บางส่วนที่รอดจากสงครามโลกและแผนดินไหวขนย้ายมาไว้ที่นี่ (ก่อนที่วางแผนผังกรุงโตเกียวใหม่) ทำให้มีตึกโบราณๆ อยู่บ้าง



ของท้องถิ่น
ที่ทุ่มเท
มีความหมาย




ของขึ้นชื่อของเมืองนี้มีหลายอย่าง อันนึงคือมันหวาน (ซึ่งฉันได้ลองชิมแล้วแบบนึงๆ มาเป็นชิ้นใหญ่ๆ ห่อด้วยแป้งใสๆ ผสมกับถัวแดง อร่อยมากๆ) อีกอันนึงปลาไหล (ก็เลยลองแวะร้านญี่ปุ่นโบราณเสื่อทาทามิ คุณป้าสองคนพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้เลย แต่ฉันจำเมนูได้เพราะค้นมาก่อนก็เลยชี้ๆ เมนูบะหมี่เย็นหน้าปลาไหล ปรากฏว่าคุณป้าใจดีแถมข้าวให้ด้วยพร้อมบอกภาษาอังกฤษว่าฟรีๆ แล้วทำท่าบอกว่าจะได้อิ่มๆ ^^)



ดูเรียบง่าย
แต่ก็คง
ความเหมาะสม




ตอนแรกฉันคิดว่าจะเดินเล่นที่เมืองนี้แค่ซักบ่ายสามบ่ายสี่ แล้วจับรถไฟเข้าโตเกียวไปเดินดูแสงไฟตอนกลางคืนที่ย่านโอไดบะต่อ(เพราะเป็นย่านใหม่ที่เพิ่งสร้างขึ้นในโตเกียวที่ตอนฉันมาคราวที่แล้วยังไม่มี) แต่แล้วก็หลงชอบเมืองนี้จนตัดสินใจไม่ไปโอไดบะ เพราะฉันคิดว่าสถานที่โบราณอะไรๆ เรียบง่ายนั้นหายาก แต่อะไรที่คนสร้าง Modernๆ ไปหาดูที่ไหนก็คงได้



เป็นที่พัก
พิงใจ
อิ่มอารมณ์




ที่ๆ ฉันชอบที่สุด ในเมืองนี้มีสองแห่งที่แรกคือปราสาทคาวาโกเอะ (ที่เหลือซากเล็กน้อยเลยเอาชิ้นส่วนของปราสาทมาเชื่อมต่อกัน) ฉันชอบที่ไม่ค่อยมีคน และคนที่มาบ้างประปรายส่วนใหญ่เป็นครอบครัวญี่ปุ่นพ่อแม่ลูก ที่เหมือนจะพาลูกๆ มาชม ตอนเดินเล่นบางแนวระเบียงก็ได้เดินอยู่คนเดียว ปราสาทถูกทำความสะอาดไว้ดี เรียบง่ายโดยไม่ต้องมีอะไรมากมาย มีห้องระเบียงปูเบาะให้นั่งหย่อนขาชมสวน ทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปอยู่ในอดีต



ให้รื่นรมย์
ให้ห้วง
ของวันวาน




ที่แห่งที่สองที่ฉันชอบคือจุดชมวิวทิวซากุระริมแม่น้ำ (ภาพด้านล่าง) ที่งดงามตระการตา เป็นซากุระสีชมพูยาวเหยียดสองฝั่งแม่น้ำสุดลูกหูลูกตา และเป็นแนวซากุระที่โน้มกิ่งลงไปคารวะแม่น้ำ ทำให้กลีบดอกสีชมพู ดูงดงามเข้ากันกับดอกไม้สีเหลืองท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียว ฉันเดินเล่นชมวิวริมน้ำไป พร้อมรู้สึกไปเหมือนกับว่าได้เดินเข้าไปข้างในภาพ Impressionist ของ Monet

 

Comment

Comment:

Tweet