2015/Sep/14


จิตรกรผู้ใดในโลกหล้า
 วาดผืนฟ้าด้วยสีฟ้าทาเติมฝัน
ระบายริ้วปุยเมฆขาวพราวกำนัล
ให้คงอยู่คู่นิรันดร์ห่มผืนดิน
 


ระหว่างทำงานพอมีเวลาว่าง (หยุดเสาร์-อาทิตย์) พวกเราก็ชวนกันไป Las Vegas รัฐ Nevada ขับรถกันไปเป็นเวลา 10 ชั่วโมงออกจากโรงแรมกันตั้งแต่ตอนเย็นวันศุกร์ ระหว่างทางจะเป็นบรรยากาศทะเลทราย ภาพประทับใจ (ที่ไม่ได้เก็บภาพมา) คือได้เห็นแสงสีของ Las Vegas และค่อยๆ เห็นพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า
 
 

จิตรกรผู้ใดในผืนโลก
เปลี่ยนมุมโศกให้งดงามด้วยงานศิลป์
ทะเลทรายแห้งแล้งเกินจิตจิตน์
เปลี่ยนเป็นถิ่นทำกินให้ผู้คน


มาเวกัสคราวนี้ฉันไปพักที่โรงแรม Luxor ส่วนตัวคืออยากมาพักที่นี่อยู่แล้วเพราะเคยดูสารคดีเรื่องการสร้างตึกให้ห้องพักอยู่ในแนวเฉียงๆ ของพิระมิดและการสร้างลิฟต์โดยสารให้ขึ้นลงในแนวเฉียง ซึ่งถือเป็นงานทางด้านวิศวกรรมที่น่าประทับใจ


เมื่อมนุษย์พยายามสร้างสวรรค์
ก็รังสรรใส่ทุกสิ่งที่สุขสม
รวบรวมเอาทุกทุกอย่างที่รื่นรมย์
ลงทับถมจนคนเห็นเป็นภาพลวง



สิ่งที่มีชื่อเสียงอีกอย่างของเวกัสก็คืออาหาร Buffet ตามโรงแรม ที่มีอาหารให้เลือกหลากหลายและมีคุณภาพดีเช่นภาพข้างบนเป็นสตอร์เบอรี่ลูกโตๆ พร้อมขนมที่ให้ตักได้ไม่อั้น ภาพด้านบนเป็นร้านอาหาร Mandalay Bay ซึ่งเป็นเครือเดียวกันกับ Luxor [มีทางเชื่อมเดินไปถึงกันได้ ระหว่างทางเชื่อมก็มีอะไรน่าสนใจให้เดินชมเช่นภาพข้างล่างคือ Gallery ภาพถ่าย]



คลื่นมวลชนในห้วงแห่งมายา
จะเห็นค่าของชีวิตไหมให้ห่วง
บนเส้นทางที่ต่อสู้ต่างชิงช่วง
ต้องติดบ่วงลวงหลงน่าปลงใจ



อีกจุดหนึ่งที่ดังและทุกคนเหมือนต้องไปดูคือไปดูน้ำพุดนตรีที่หน้า Caesar Palace ทีมงานข้าพเจ้าพลัดหลงกันที่นี่เพราะคนเยอะมากๆ ระหว่างตามหากัน (แบบตามหาไปดูโน่นดูนี่ไป) เลยได้มีโอกาสอยู่ดูน้ำพุดนตรี 3 รอบและพบว่าแต่ละรอบเล่นคนละเพลงกันและเปิดจังหวะน้ำพุไม่เหมือนกัน



สิ่งจำลองทั้งมวลมาเรียงราย
ด้วยมุ่งหมายสร้างสรรความหวั่นไหว
ให้ประทับติดตรึงถึงฤทัย
ว่ายิ่งใหญ่งดงามถึงเพียงนี้



เมืองนี้เหมือนเป็นเมืองที่ไม่หลับไหลลงง่ายๆ ฉันกับเพื่อนๆ เดินเล่นกันจนเลยเที่ยงคืนแต่ผู้คนก็ยังเดินกันอยู่เต็มกลางถนน บ้างก็เต้นรำไปกับเสียงดนตรี (ดังภาพข้างล่าง ที่คนเดินไปเดินมาก็เข้าไปร่วมเต้นด้วย) โรงแรมและบ่อนคาสิโนหลายๆ แห่งก็เปิดไฟสว่างไสวเชิญชวนให้ผู้คนเข้าไปเยี่ยมชม



ราตรียาวพราวพร่างด้วยความฝัน
หยุดนิรันดร์เวลาลวงเลิกห่วงหา
เพราะติดบ่วงวนเวียนของชะตา
จนกว่าจะเดินจากมาพบภาพจริง



หลังจากอยู่ที่เวกัสเป็นเวลาสองวันพวกเราก็เดินทางกลับ คราวนี้เป็นการเดินทางฝ่าทะเลทรายในตอนกลางวัน ภาพประทับใจระหว่างเดินทางคือภาพกังหันลมเต็มภูเขาเพื่อปั่นกระแสไฟฟ้า พลังงานธรรมชาติที่เค้าว่ากันว่าเป็นการสร้างพลังงานไฟฟ้าโดยไม่ทำลายสภาพแวดล้อม :)



ในอีกโลกมีมนุษย์ผู้สร้างสรร
เอาความรู้มาแบ่งปันน่าศึกษา
ทะเลทรายกลับก่อเกิดซึ่งคุณค่า
เมื่อนำมาใช้ให้เป็นอย่างเช่นนี้



นอกจากงานวิศวกรรมที่สร้างกังหันลมกลางภูเขาแล้ว ตามทุ่งโล่งกว้างก็ลง "ทุ่งกังหันลม" ได้เช่นกัน เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่ากังหันลมแต่ละอันขนาดใหญ่มากๆ ต้องขอชื่นชมผู้สร้างและทีมงานซ่อมบำรุง (เพราะในทุกงานวิศวกรรมนั้นต้องมีการสร้างและการดูแล)

 
เมื่อผู้คนรวมแรงเป็นหนึ่งเดียว
ล้วนกลมเกลียวสร้างงานสร้างศักดิ์ศรี
จึงก่อเกิดเรื่องราวและสิ่งดี
อยู่ทุกที่ที่คนตั้งใจทำ

edit @ 14 Sep 2015 22:42:26 by rainam

Comment

Comment:

Tweet