2015/Oct/21

 


มีคนบอกว่าดินแดนสรวงสวรรค์
คือนิรันดร์ธรรมชาติที่คงอยู่
หากรักษาให้งดงามจักได้ดู
เพราะเคียงคู่โลกหล้ามาเนิ่นนาน



ช่วงที่ทำงานที่อเมริกามีอาทิตย์นึงเป็นวันหยุด (Memorial Day) เลยได้หยุดยาวสามวัน ตอนแรกจะลง LA แล้วเลยไป San Diago แต่ว่าเพื่อนๆ คนอเมริกันบอกว่าไป Oregon คุ้มกว่าเลยเปลี่ยนแผน ทริปนี้ขับรถไกลมาก ขับเพลินกันไปถึงรัฐ Washington (เมือง Vancouver) แล้วก็กลับ Oregon แต่เนื่องจากที่ Washington ไปหาอะไรกินอย่างเดียวไม่ค่อยเที่ยวเท่าไหร่ เลยไม่ได้ทำ blog นะคะ (เคยทำ Blog เมืองนี้แล้วตอนที่มาคราวที่แล้วและแวะไปหาเพื่อนที่ Seattle เมื่อปี 2010)


หิมะคลุมสีขาวบนยอดเขา
ระบายเข้าภาพสวยส่งประสาน
ผืนป่าเขียวต้นไม้ครึ้มยามพบพาน
ก็เบิกบานแย้มยิ้มอิ่มเอมใจ
 
สิ่งที่ชอบมากๆ ของเมืองนี้คือพอข้ามพรมแดนระหวางรัฐปุ๊บ ร้านอาหารก็ไม่มี TAX ปั๊บ และบริเวณรอบๆ ก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวอุดมสมบูรณ์ขึ้นมาไม่แห้งแล้งเหมือนใน California และพอขึ้นเหนือขึ้นมาเรื่อยๆ ก็เริ่มเจอภูเขาหิมะเป็นวิวข้างทาง (แต่ไม่มีเวลาแวะไป เพราะจุดหมายคือ Portland และอุทยานแห่งชาติใกล้ๆ /คำว่าใกล้คือแวะออกนอกเส้นทาง I-5 ได้ไม่เกิน 40 ไมล์)
เมืองโบราณที่นี่จอดรถฟรี
ช่างใจดีวันอาทิตย์แสนสดใส
ไม่เข้มเคี่ยวเหมือนรัฐอื่นใดใด
น่าแปลกใจที่ดูแลเมืองได้ดี
Portland มีจุดน่าสนใจหลายจุด เช่นมีภูเขาไฟที่ดับแล้วกลายไปเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่มากๆ (ถ้าเป็นเมืองไทยคงเรียกว่าป่า) ให้ขึ้นไปเดินเล่นชมวิว/ภาพบนสุดที่มีรูปปั้น มีร้านหนังสือ Powell Bookstore ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ (ใหญ่จริงๆ มีถนนล้อมรอบสี่ด้านตัวตึกสี่ชั้น) และมีตลาดที่คนเรียกชื่อกันสั้นๆ ว่า Saturday Market (แต่วันอาทิตย์ก็เปิด) กลางเมืองให้ไปเดินชมงานฝีมือ
 
เมื่อใจคนรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
ก็กลมเกลียวช่วยกันสร้างซึ่งศักดิ์ศรี
ประดิษฐ์แล้วแต่ละงานประสานดี
รวมกันไว้ที่ตรงนี้เมือง Portland
ภาพด้านบนเป็นทางเดินริมน้ำวิวสะพาน ที่นี่มีสะพานเยอะ (สะพานใหญ่มากมีหลายชั้นเปิดให้เรือข้ามได้) และของที่ระลึกจะเป็นภาพสะพาน ตอนเช้าๆ มีคนมาวิ่งเล่นบริเวณนี้พอสมควร ส่วนภาพข้างล่างเป็นการแสดงดนตรีริมถนน (เอ หรือควรจะเรียกว่าบนถนนเพราะกินพื้นที่ถนนเข้าไป) ตรงนี้เป็นบริเวณหน้าร้าน Voodoo Donut ชื่อดัง ที่คนต่อแถวยาวมากๆ ข้าพเจ้าและน้องๆ อยากไปต่อแถวลองกินบ้างแต่มีกำหนดการเยอะ เลยไม่ได้ชิม กลับบริษัทเพื่อนอเมริกันบอกว่าเสียดายมากๆ
ศิลปินบรรเลง
ครื้นเครงอารมณ์
ให้คนได้ชม
รื่นรมย์กันไป

เมืองนี้มีคนติสๆ เยอะพอสมควร (แต่สังเกตุว่ามีโฮมเลสนอนในสวนสาธารณะก็เยอะอยู่ น่าแปลกที่เคยอ่านบทความแล้วเค้าบอกว่าเมืองนี้ค่อนข้างปลอดภัย) ตอนเดินเที่ยวกับกลุ่มน้องๆ รู้สึกว่าพวกเราจะเด่นพอสมควรเพราะเป็นคนเอเซีย เนื่องจากเมืองนี้ฝรั่งเยอะ (ไม่ได้คนเอเซียเยอะๆ เหมือนในแคลิฟอเนีย) - ส่วนภาพด้านล่างเป็นสวนดอกกุหลาบ เพราะเมืองนี้มีอีกฉายาหนึ่งว่า City of Roses

กุหลาบผลิบาน
ขับขานสิ่งใด
สวยงามสดใส
ย้อมใจเปรมปรี

ระหว่างทางเติมน้ำมันที่ปั้ม(แนวโลคอลหน่อยๆ เพราะหาปั๊มยาก) เลยถือโอกาสถามคุณลุงที่ดูแลปั๊มว่ามีที่ไหนไม่ไกลให้แวะเที่ยวไหม เค้าก็ใจดีถามๆ กันต่อให้ใหญ่เลยแล้วก็แนะนำให้ไป Silver Falls State Park ขับรถออกจากเส้นทางไป 21 miles แล้วก็กลับอีกเส้นนึง 17 miles อะไรแบบนั้น แล้วก็ยืนวันว่าคุ้มๆ ให้ไป พวกเราก็เลยลองลุยๆ ดู (อารมณ์อยากเห็นธรรมชาติเยอะ) และก็ไม่ผิดหวัง

ผืนป่าร่มรื่น
ชุ่มชื่นชีวี
น้ำตกมากมี
เป็นที่ชื่นชม

ป่าที่นี่เป็นป่าจริงๆ อากาศชื้น (ส่วนใหญ่อเมริกาจะอากาศแห้งๆ) บนใบไม้มีน้ำค้างเกาะ ทั้งๆ ที่เวลาคือตอนบ่ายๆ สายๆ แล้ว (เกือบจะเย็น) พวกเราเดินเล่นในป่าดูน้ำตกตั้งแต่ฝั่ง North (ภาพข้างบนบทกวี) จนถึงฝั่ง South (ภาพบนสุดเปิดตัว Blog) แล้วประทับใจมาก น้ำตกใหญ่มากๆ พวกเราเดินวนๆ ขึ้น-ลงเขา เห็นคนเดินกันตัวเล็กนิดเดียว แล้วก็ไปเดินลอดหลังน้ำตกมา เสียดายมีเวลาน้อยไป

ร่ำลาภาพงาม
ด้วยความรื่นรมย์
คุ้มค่าได้ชม
นิยมยินดี

Comment

Comment:

Tweet